
สำหรับผู้อ่านหลายๆ ท่านคงได้รู้จัก “จัน ดารา” ในฉบับภาพยนตร์อีโรติกกับบทพูดติดหูที่ว่า “จัน เอาน้ำแข็งมาถูหลังฉันหน่อยสิ” โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยาย “เรื่องของจัน ดารา” ประพันธ์โดย อุษณา เพลิงธรรม เผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507-2509 โดยเรื่องราวในเรื่องจะเกิดขึ้นในสมัยปลายทศวรรศที่ 2460 เป็นต้นมา หากได้อ่านเรื่องของจัน ดาราอย่างจริงจัง จะเห็นได้ว่าถ้านอกเหนือจากการถอดเปลือกนอกอันอบอวลไปด้วยกามารมณ์ออกมาแล้ว จัน ดาราก็ถือเป็นนวนิยายดิสโทเปียเล่มหนึ่งที่เหมือนกับฉากสะท้อนถึงปัญหาสังคมในยุคนั้นอย่างทั่วถึงและแจ่มชัด
เรื่องของจัน ดาราถูกเล่าในรูปแบบอัตชีวประวัติ (ของตัวละคร) ถึงครอบครัวผิดปกติอันประกอบด้วย คุณหลวงวิสนันท์เดชา น้าวาด จัน คุณบุญเลื่อง คุณแก้ว คุณขจร และคนใช้กับเหล่าเด็กๆ อันเกิดจากการหาความสุขระยะสั้นของคุณหลวงอีกนับไม่ถ้วน โดยเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไป แต่ละตัวละครก็จะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ให้ยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก เบื้องต้นหากต้องอธิบายคร่าวๆ ก็สามารถเล่าได้ว่า คุณหลวงและนางดาราเป็นสามีภรรยากันและมีลูกชายหนึ่งคนคือจัน น้าวาดเป็นน้องสาวของนางดารา ซึ่งภายหลังได้มีลูกสาวกับคุณหลวงคือคุณแก้ว คุณบุญเลื่องเป็นอดีตภรรยาของคุณหลวง และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือคุณขจร โดยทั้งสองเข้ามาอยู่อาศัยในรั้วเดียวกันกับสมาชิกทุกคนในภายหลัง ทำให้คุณบุญเลื่องได้มาเล่นชู้กับจัน เป็นที่มาของวลีเด็ดในภาพยนตร์นั่นเอง
ชื่อของจัน มีที่มาจากคำว่า “ไอ้เด็กจัญไร” ที่ผู้มีศักดิ์เป็นบิดาเรียกอยู่เสมอ ด้วยความแค้นที่จันเป็นสาเหตุให้เมียของตัวเองตาย ภายหลังเรื่องราวจึงได้คลี่คลายออกมาว่าจันไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณหลวง แต่เป็นลูกที่เกิดจากการถูกข่มขืนของนางดารา โดยมีคุณหลวงแต่งงานบังหน้าช่วยไว้ แลกกับทรัพย์สมบัติของตระกูลนางดารา เรื่องราวละครชีวิตของจันดำเนินต่อไปโดยมีคุณหลวงเป็นตัวละครหลัก เขาใช้อำนาจในฐานะเจ้าบ้านบังคับให้เหล่าคนใช้และผู้หญิงในบ้านมาหลับนอนกับตนเองเพื่อสนองตัณหา และหนึ่งในเหยื่อของคุณหลวงคือน้าวาด น้องสาวของนางดาราที่ตายไป เด็กชายจันในวัยสี่ขวบเห็นคุณหลวงลอบเข้ามาแสดงหนังสดถึงในมุ้งนอนของตนกับน้าวาด เมื่อมีครั้งที่หนึ่งก็ย่อมมีครั้งที่สอง หากแต่ครั้งนี้เป็นการจับคู่ระหว่างคุณหลวงกับสาวใช้คนหนึ่ง และสาวใช้คนนี้เองที่ภายหลังบังเกิดอารมณ์วิปริตขึ้นมาและล่วงละเมิดเด็กชายจันในมุ้งนอนนั้นเอง
เมื่อเวลาผ่านไปคุณหลวงและน้าวาดได้ให้กำเนิดเด็กหญิงคนหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่าคุณแก้ว ซึ่งคุณแก้วก็ได้แสดงความเกลียดชังต่อจันให้ได้เห็นตั้งแต่วัยเด็กและพยายามขัดขวางไม่ให้จันมีความสุขในทุกๆ ทาง จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่เธอไม่สามารถใช้อำนาจในฐานะลูกสาวเจ้าบ้านได้อีกต่อไป ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย จันถูกคุณหลวงอัปเปหิออกจากบ้าน ทำให้เขาต้องระหกระเหินไปอยู่กับญาติที่พิจิตร แต่โชคชะตาก็ดลบันดาลให้ต้องกลับมาอยู่ร่วมกันกับคุณหลวงและคุณแก้วอีกครั้ง แต่คราวนี้จันกลับมาในฐานะสามีของคุณแก้ว โดยมีสาเหตุคือฝ่ายหญิงได้ตั้งท้องกับชายปริศนาคนหนึ่ง ทางคุณหลวงถามหาความรับผิดชอบจากใครไม่ได้ เนื่องจากพ่อของเด็กคนนั้นแท้จริงแล้วคือคุณขจร ลูกชายของคุณหลวงกับคุณบุญเลื่องเอง จึงได้ไปขอให้จันมาแต่งงานกับคุณแก้วแลกกับสถานะเจ้าบ้านและทรัพย์สมบัติ ต่อมา ชีวิตรักของคุณแก้วก็ถูกเปิดเผย เมื่อคืนหนึ่งจันได้เข้าไปพบคุณแก้วกำลังระเริงรักกับคุณบุญเลื่องบนเตียง เป็นการเฉลยว่าคุณแก้วแท้จริงแล้วเป็นเลสเบี้ยนที่หลงรักคุณบุญเลื่อง แต่สาเหตุที่เธอไปหลับนอนกับคุณขจรจนตั้งครรภ์ เกิดเป็นเด็กชายปรีย์ออกมาเป็นเพราะแรงหึงที่ทำให้เธอต้องการขัดขวางและแก้แค้นคุณหลวงที่ชอบไปยุ่มย่ามกับคุณบุญเลื่อง
จากเรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสามประเด็นหลัก ได้แก่ การใช้ความรุนแรงในครอบครัว อันเกิดจากแนวคิดปิตาธิปไตยที่อำนวยให้คุณหลวงได้ใช้อำนาจปกครองคนในบ้านอย่างอำมหิต สาวใช้ทั้งวัยแรกรุ่นจนถึงวัยกลางคน ถูกเรียกมาใช้เป็นเครื่องมือสนองความต้องการทางเพศ และเนื่องจากคุณหลวงสร้างวิมานดินให้เหล่าเมียและลูกทั้งหลายมาอยู่ร่วมกันและปกครองคนเหล่านี้ด้วยราคะตัณหา พฤติกรรมหมกมุ่นทางเพศจึงไม่ได้แปลกอะไรในบ้านนี้ ทำให้สมาชิกในครอบครัวสานสัมพันธ์สวาทกันเองเป็นทอดๆ ได้แก่ คุณบุญเลื่องกับจัน คุณขจรกับคุณแก้ว คุณแก้วกับคุณบุญเลื่อง และจันกับคุณแก้ว จันผู้ซึ่งเป็นเหยื่อของความรุนแรงภายในครอบครัว ถูกบิดาทารุณกรรมตั้งแต่เด็กและถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้เขากลายเป็นคนที่โหยหาความรักและที่พึ่งพาทั้งทางกายและทางจิตใจ โดยส่วนแรกมีคุณบุญเลื่องช่วย และส่วนหลังถือเอาไฮซินธ์ เพื่อนหญิงที่พบกันในโรงเรียนกลางคืนเป็นที่ยึดถือ ในช่วงท้ายของเรื่อง จันได้แสดงออกให้เห็นถึงบาดแผลทางใจนี้ด้วยการใช้อำนาจทางเพศปกครองเรือนเหมือนกันกับคุณหลวง เช่น มีเพศสัมพันธ์กับเหล่าคนใช้ในบ้านที่เคยเป็นคู่ขาของคุณหลวง จันบรรยายว่าในช่วงที่ไม่ได้หลับนอนกับคุณบุญเลื่อง เขาพาลอาละวาดขนานใหญ่ เหลืออยู่ก็แต่หญิงที่มีลูกมีผัวแล้วและผู้ชายที่รอดจากการระบายกามารมณ์ครั้งนี้ นอกจากนี้ จันก็ได้ข่มขืนคุณแก้วจนท้องเพียงเพราะต้องการมีทายาท ตั้งชื่อเด็กชายปรีย์ จากคำว่า “อัปรีย์” ตามที่คุณแก้วเคยด่าไว้ ฯลฯ วงจรนี้เรียกว่า Generational Trauma หรือบาดแผลทางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นปมที่ถูกกดทับไว้ลึกๆ และยังไม่ได้รับการแก้ไข สามารถส่งต่อให้สมาชิกครอบครัวในรุ่นหลังได้ในรูปแบบการแอบแฝงอยู่ในคำสอน ธรรมเนียม หรือความเชื่อต่างๆ ที่ปลูกฝังให้โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งก็เข้าเค้ากับที่จันกล่าวย้ำไว้หลายครั้งว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะแก้แค้นคุณหลวงด้วยการทำพฤติกรรมแบบเดียวกัน แต่เขาอาจแค่ไม่ได้รู้ตัวว่ากำลังผลิตซ้ำและสร้างบาดแผลให้กับคนในบ้านอีกทอดหนึ่ง
สองคือเรื่องรักร่วมสายเลือดและการแต่งงานภายในเครือญาติ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าสาเหตุของการที่ตัวละครในเรื่องมีพฤติกรรมฟรีเซ็กซ์ในหมู่สมาชิกในครอบครัว ทั้งที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดโดยตรงและไม่มี ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะมีคุณหลวงเป็นตัวอย่าง และในส่วนของการแต่งงานระหว่างจันกับคุณแก้วสามารถอธิบายได้ว่าในสมัยนั้นการแต่งงานในเครือญาติถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในหมู่ราชวงศ์รวมถึงชนชั้นสูงทั่วโลก เพื่อรักษาไม่ให้ทรัพย์สมบัติหลุดออกไปจากวงศ์ตระกูลและรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด แต่จะเป็นการแต่งระหว่างเครือญาติโดยอ้อม เช่น ลูกพี่ลูกน้อง หรือ ลุงป้าน้าอา ดังนั้นคุณหลวงจึงให้จัน ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวและมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดอย่างห่างๆ มาแต่งงานเป็นสามีทางนิตินัยของคุณแก้วเพื่อรักษาหน้าและสมบัติไว้ อย่างไรก็ตาม อุษณา เพลิงธรรมได้สร้างตัวละครคุณปรีย์ ซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญาขึ้นมาเพื่อชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของการมีความสัมพันธ์ภายในเครือญาติที่สังคมยังขาดความรู้หรือมองข้ามไปในสมัยนั้น
และสามคือเรื่องเลสเบี้ยนในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวละครคุณแก้วถูกจันเรียกว่าพวกเพศวิปริต แสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ยังไม่เปิดกว้างต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ จันได้บรรยายถึงคุณแก้วอย่างหยันๆ ว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเดียวแต่เป็นกะเทย ซึ่งเป็นคนสองเพศ (ชาย-หญิง) ได้อย่างละเท่าๆ กัน โดยในสมัยนั้นคำว่า “กะเทย” จะใช้กล่าวถึงชายหรือหญิงที่มีเพศสภาพหรือมีการแสดงออกไม่ตรงตามเพศกำเนิด รวมถึงผู้ที่เกิดมามีอวัยวะเพศกำกวม (intersex) ในประเทศไทยมีแนวคิดเรื่องเพศที่สามตั้งแต่โบราณ เพียงแต่ยังไม่ถูกยอมรับจากสังคม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าหญิงรักหญิงมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เรียกกันว่า “การเล่นเพื่อน” ใช้เฉพาะเจาะจงกับการมีสัมพันธ์สวาทในหมู่นางใน ซึ่งจะมีบทลงโทษตามกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่ถูกเฆี่ยน สักคอ ใส่ตรวน จนถึงแห่ประจานรอบเมือง ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างในเรื่อง การมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันก็ยังถูกมองว่าผิดแผกไปจากจารีต เนื่องจากประเทศไทยในสมัยนั้นได้รับแนวคิดจากตะวันตกเรื่องบทบาททางเพศว่า เพศชายต้องเป็นผู้นำ และเพศหญิงต้องเป็นแม่ ทำให้บุคคลที่มีเพศวิถี (sexual orientation) ไม่ตรงกับสองกลุ่มนี้ขาดพื้นที่ในการแสดงออก จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2529 ได้มีการก่อตั้งกลุ่ม “อัญจารี” ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกร้องเพื่อสิทธิหญิงรักหญิงกลุ่มแรกในไทยขึ้น ทางองค์กรได้ร่วมประชาสัมพันธ์ลงในนิตยสาร “แปลก” ซึ่งเป็นนิตยสารเพื่อกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ทำให้คนไทยรู้จักและเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเลสเบี้ยนมากยิ่งขึ้น
สรุปได้ว่าเรื่องของจัน ดาราไม่ได้เป็นเพียงแค่วรรณกรรมอีโรติกเรียกกระแสจากผู้อ่านอย่างที่สื่อได้นำเสนอ แต่เป็นการสอนใจและวิพากษ์ประเด็นสังคมในขณะนั้น โดยผู้ประพันธ์ได้หยิบหัวข้อที่ถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องภายในครอบครัว เรื่องที่สังคมยังขาดความรู้ความเข้าใจ และเรื่องที่สังคมยังไม่ยอมรับมาพูดถึงอย่างเปิดเผย พร้อมด้วยการเลือกเอากลวิธีการเล่าผ่านเรื่องเพศ ที่เป็นอีกหนึ่งด้านที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรพูดถึงต่อหน้าสาธารณะมาใช้ได้อย่างเฉียบแหลมและแยบยล ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช บรรณาธิการของสยามรัฐอีกท่านหนึ่งที่ยอมให้เรื่องของจัน ดาราได้รับการตีพิมพ์ถึงแม้จะเป็นการสวนกระแสสังคมในขณะนั้นก็ตาม
อาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ, ‘หญิงรักหญิง’ ในนวนิยายไทย : ความพยายามนำเสนอเรื่องเพศในงานเขียนไทยเมื่อ 60 ปีก่อน [ออนไลน์], 2563. https://thematter.co/thinkers/lesbian-in-thai-fiction/114762?fbclid=IwZnRzaANj8_BleHRuA2FlbQIxMQABHhsbJ8oht3DGbGlYAmG4qsUSt0os_h1Lg6xjue8xA8IZxcazjYBcJhZHn9gS_aem_xuxzwmsxCoSlWkfqbH0qyw
Emily Donald, Lesbian history in Thailand: value in traces [online], 2562. https://www.newmandala.org/lesbian-history-in-thailand-value-in-traces/
phanthirapuyou, รู้จักกับ Generational Trauma เมื่อความเจ็บปวดถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น [ออนไลน์], 2565. https://www.parentsone.com/generational-trauma/
มิวเซียมสยาม. (2562). เพศแห่งสยาม ประวัติศาสตร์ความหลากหลายทางเพศ. กรุงเทพฯ: สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติสังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน).
อุษณา เพลิงธรรม. (2542). เรื่องของจัน ดารา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: แพรวสำนักพิมพ์.
เนื้อหา: ร่มลำดวน
พิสูจน์: ธมนวรรณ กาลานุสนธิ์ และ คุณยู
กราฟฟิก: bunnycape
