หิว



จู่ๆ ฉันก็นึกหิวรสหวานมันนัวของชีสเค้กโอริโอ้จากร้านสะดวกซื้อ ระหว่างกำลังทำงานส่งครูตอนสามทุ่มคืนวันอังคาร รู้อยู่แก่ใจว่าหากวันนี้ฉันยัดของหวานลงกระเพาะอีก คงจะอ้วนพุงพลุ้ยหรือสิวขึ้นเต็มหน้าแน่ๆ ถึงกระนั้นฉันก็พลันคว้ากระเป๋าสตางค์ตามด้วยสวมรองเท้าแตะ ก่อนจะเปิดประตูห้องหอพักไป


ไม่ทันจะก้าวขาออก ฟ้าก็ร้องเป็นสัญญาณ พลันพัดลมแรงตีใส่หน้าหนักๆ จนผมเพ้าปลิวพันกัน ไม่นานนักเม็ดฝนก็กระหน่ำสาดลงจนเป็นเสียงซู่ ฉันเกลียดวันฝนตก–โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เมืองกากๆ ของคนห่วยๆ เมื่อฝนตกก็จะมีน้ำท่วม และเมื่อน้ำท่วมพวกแมลงก็จะหนีตายขึ้นจากท่อมาอวดโฉมบนพื้นดิน แต่ความอยากก็ยังชนะความเกลียด ฉันกลับเข้าห้องอีกครั้งพร้อมกับหยิบร่มคันโปรดมาด้วย กลั้นใจคิดว่าหากสับตีนให้ทัน ก็อาจจะไม่ต้องเจอเรื่องซวยๆ อีกก็ได้


ระยะทางระหว่างห้องของฉันกับร้านสะดวกซื้อไม่ได้ไกลกันมาก แต่ก็ไม่ได้ใกล้กันนัก ขณะเดินเท้าพร้อมกางร่มหลบแอ่งน้ำบนบาทวิถี ฉันก็ดันรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง อาจจะเพราะวันนี้ฉันอดข้าวไปมื้อหนึ่ง เนื่องจากส่องกระจกแล้วพบว่าท้องฉันป่องผิดปรกติ เดาว่ามันคงเป็นแค่ลมในกระเพาะอาหารเฉยๆ แต่นั่นก็เป็นข้ออ้างที่ฉันใช้ลดน้ำหนักได้ สองสามวันมานี้ฉันพินิจตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำอยู่นาน ไม่ใช่แค่กับพุงหมาน้อยของตนเอง ฉันมองตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้าฉันมีแต่สิวอุดตันอีกทั้งยังแถมสิวอักเสบหัวใหญ่ให้อีก จะแต่งหน้ากลบยังไงก็ปิดจุดด้อยตรงนี้ไม่ได้ แถมหน้าอกฉันมันก็ใหญ่เกินไป กอปรกับร่างฉันไม่ใช่หุ่นนาฬิกาทราย จะใส่ชุดอะไรก็ไม่สวยอย่างพิมพ์นิยม ฉันเข้าใจดีว่าการวิ่งไล่ตาม beauty standard ไม่ใช่สิ่งที่เป็นมิตรต่อจิตใจสักเท่าไหร่ แต่อย่างไรเสีย ฉันก็ไม่ชอบร่างกายตนเองเลย


ฉันไม่รู้ว่าฉันตามใจตัวเองเกินไปไหม แต่การซื้อขนมจากนายทุนในเวลาสามทุ่มกลับดูไม่มีข้อดีอะไรเลย เว้นแต่จะสนองความต้องการของฉันเองด้วยวิธีที่สบายที่สุดก็เท่านั้น ฉันกำลังทำให้ตัวเองมีความอดทนต่ำหรือเปล่า อย่างนี้ตอนเรียนหนังสือฉันจะตั้งใจเรียนได้ไหม ถ้าได้เกรดไม่ดีละ พ่อแม่จะเสียใจไหม คงไม่หรอก ฉันคงผิดหวังในตัวเองมากกว่า อุตส่าห์เข้ามาเรียนคณะที่ชอบ ได้เรียนสิ่งที่ชอบ ก็ยังทำมันได้ไม่ดีพอ ไม่รู้สึกเก่งกว่าตัวเองในเมื่อวานเลยสักนิด ฉันเริ่มน้ำตาคลอเบ้าขณะที่ฝนเริ่มซาลง พระพิรุณคงสะใจที่เห็นมนุษย์ตัวจ้อยใจสลาย ก็ขอบใจแล้วกันที่อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยห่าฝนลงมายกใหญ่


เมื่อเสียงออดหน้าประตูทักทายกัน ฉันก็มุ่งไปยังชั้นวางขนมแช่เย็น ไล่สายตามองหาชีสเค้กโอริโอ้อยู่นานก่อนจะรู้ตัวว่ามันไม่มี ไม่มีขนมที่ฉันอยากกิน ฉันรวบรวมความกล้าเดินไปถามพี่พนักงานด้วยน้ำเสียงไม่สม่ำเสมอกันว่าทางร้านยังมีชีสเค้กโอริโอ้ไหม


“เห็นเท่าไหน ก็มีเท่านั้นค่ะ” เธอว่า พร้อมส่งยิ้มบางมาให้ เธอคงไม่มีเจตนาไม่ดีหรอก เพียงแต่ใจฉันกลับคิดว่าเธอกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่


ฉันใจสลาย ความพยายามที่สร้างมาตลอดระยะการเดินทางจากห้องสู่ร้านเส็งเคร็งนี้หายไปในพริบตา ฉันเดินคอตกไปซื้อยาแก้ปวดแทน จ่ายเงินแล้วรีบเดินออกจากร้านมาโดยไม่กางร่ม หวังแต่จะรีบกลับห้องให้ไวที่สุด เสียเวลาเหลือเกิน ขนมก็ไม่ได้แดก งานกูก็ไม่เสร็จ ชีวิตกูมันล้มเหลวสิ้นดี ฉันคิดตัดพ้อ แต่ไม่ทันไรก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างซึมเปื้อนออกจากกาย ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเหงื่อแต่ปริมาณของเหลวที่ไหลอยู่มันมากเกินไป มันมาแล้วเหรอ มันเร็วเกินไป


เมื่อถึงห้องฉันก็รีบปรี่เข้าห้องน้ำ ล้างเท้าแล้วนั่งลงบนโถส้วมพร้อมๆ กับหอบเสียงดัง พลันดึงกางเกงขาสั้นลง ความจริงก็ประจักษ์อยู่ตรงหน้า กลายเป็นว่าทุกความคิดความรู้สึกที่ผ่านมา ดูจะไม่ใช่ความคิดความรู้สึกของฉันจริงๆ เลย


เพราะฉันแค่เมนส์มา


และฉันหิว


หิว




เนื้อหา : กีกี้

พิสูจน์อักษร : ณัชชา หวังทองธนา

กราฟิก :  ginger cat