Witch you understand me : ไดอารี(ไม่)ลับของแม่มด

บันทึกของวันที่ 7 สิงหาคม 1620 เวือทซ์บวร์ค

เช้านี้ฉันตื่นมาในคุกแคบๆ ที่เหม็นอับอีกวัน แต่วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่นี่แล้ว เพราะคืนนี้ฉันจะถูกลงโทษด้วยการเผาทั้งเป็นในข้อหาว่าเป็นแม่มด นี่คงเป็นไดอารีเรื่องสุดท้ายที่ฉันเขียน (และผู้คุมไม่ให้ฉันเอาอะไรติดตัวมาเลย ฉันขอเขาตั้งนานถึงพกสมุดไดอารีกับปากกามาได้) ฉันจึงขอเขียนเล่าเรื่องของตัวเองไว้ก็แล้วกัน ถึงฉันจะรู้ว่าไดอารีเล่มนี้จะถูกเผาตามฉันไปก็เถอะ ฉันก็ยังหวังว่าจะมีใครบางคนค้นพบมัน

สวัสดี ฉันชื่ออลิซ ครอบครัวฉันทำงานค้าขาย บ้านฉันไม่ได้ยากจนแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยมากมาย ฉันชอบเรียนภาษาละตินและจดไดอารีทุกวัน ฉันแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้งและหย่ากับสามีเมื่อสองปีก่อน ฉันเป็นคนสวยโดดเด่น พวกผู้ชายจึงมักจะมองข้ามเรื่องที่ฉันเคยแต่งงานแล้วเข้าหาฉันอยู่เรื่อยๆ การหย่านั้นไม่ง่ายเลย แต่จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ที่ข้อหาของสามีเก่าฉันร้ายแรงพอที่จะทำให้บาทหลวงยินยอมให้หย่าได้ง่ายๆ  เขานอกใจฉัน ฉันจับได้คาหนังคาเขา 

หลังจากหย่ากับเขาได้ปีกว่า ฉันมาคบหากับวิลเลียม ทหารหนุ่มผมทองที่อายุน้อยกว่าฉันสองปี ฉันจะได้รับจดหมายจากเขาอย่างน้อยวันละหนึ่งฉบับ ถ้าไปทำสงครามเขาก็จะพยายามเขียนมาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความสัมพันธ์นี้อยู่ในสายตาของครอบครัวฉันเสมอมา (ซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ น้องชายและฉัน) แต่ฉันรู้สึกอยู่ลึกๆ ในใจว่า ความสัมพันธ์นี้อยู่ในสายตาของคนในหมู่บ้านมากเกินไปหน่อย หญิงหม้ายสาวสวยกับทหารรับจ้างหนุ่มหล่อ…ใครจะไม่จับตามองพวกเขาบ้าง

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ครอบครัวของฉันไม่อยากให้คนในหมู่บ้านรู้มากที่สุด นั่นคือการที่ฉันมีความคิดต่อต้านการล่าแม่มด เพราะมันหมายความว่าฉันไม่เห็นด้วยกับการกำจัดคนชั่วที่เป็นต้นเหตุของสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย ฉันจะโดนกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีต แต่แล้วอย่างไรล่ะ ฉันคิดของฉันแบบนี้มานานแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้าหรอกนะ แต่การถูกตัดสินว่าเป็นแม่มดจากการแค่ชี้ตัวหรือสงสัยว่าเป็น และพิสูจน์ด้วยวิธีที่รุนแรงแบบนั้น ไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ต้องหาเลย ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำจริงๆ ล่ะ

“พ่อคะ นางอาจไม่ใช่แม่มดก็ได้”

“อลิซ ลูกพูดแบบนี้อีกแล้วนะ ถ้าคนอื่นมาได้ยินเข้า เขาจะ-”

“หาว่าลูกเป็นพวกนอกรีตใช่ไหมคะ ลูกแค่คิดว่าการกล่าวหาลอยๆ แบบนี้ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย อาศัยแค่พยานมาชี้ตัวก็โดนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดแล้ว”

“พวกเขาพิสูจน์แล้วว่าพวกนั้นเป็นแม่มด”

“พิสูจน์ด้วยการจับโยนลงน้ำ บีบขมับ ทรมานจนรับสารภาพงั้นหรือคะ”

“พอทีอลิซ พวกนั้นฆ่าแม่ลูกนะ เรื่องแย่ๆ ทั้งหมดมันเป็นเพราะพวกแม่มด พวกทาสรับใช้ซาตาน!”

แม่ของฉันจากไปด้วยโรคประหลาด คนในหมู่บ้านลงความเห็นว่าเป็นฝีมือของแม่มดและชี้ตัวไปยังหญิงคนหนึ่งซึ่งเธอไม่ค่อยถูกชะตากับแม่ฉันเท่าไหร่ อีกอย่าง พ่อเป็นคนเคร่งศาสนามาก เขาอ่านหนังสือ “ค้อนแห่งแม่มด” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือคู่มือที่ระบุว่าแม่มดคือพวกที่ทำพันธะกับปีศาจ ฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาเกลียดและกลัวพวกแม่มดเข้าไส้

แน่นอนว่าฉันถูกห้ามไม่ให้แสดงอุดมการณ์พวกนี้กับคนอื่น แต่กับวิล…หมายถึงวิลเลียม ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเผลอหลุดปากไปบ้าง ก็เขาไม่ใช่คนอื่นสำหรับฉันนี่

“วิล ถ้าคนที่ถูกเผาวันนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้ทำอะไรเลยล่ะ ถ้าเธอไม่ใช่แม่มดจริงๆ ล่ะ”

“พูดอะไรแบบนั้นอลิซ เธอฆ่าคนนะ เธอเป็นแม่มด บาทหลวงพิสูจน์แล้ว นี่คือคำตัดสินของพระเจ้า”

ฉันผิดหวังในตัวเขา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันรักเขาน้อยลงจนน่าใจหายขนาดนั้น ที่จริงฉันอยากแต่งงานกับเขาให้เร็วที่สุดด้วยซ้ำ ฉันรักเขาขนาดนั้นเลยล่ะ

เวลาผ่านไป ทั้งหมู่บ้านฉันและหมู่บ้านรอบข้างเริ่มมีการล่าแม่มดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฉันหดหู่มากที่เกือบทั้งหมดของผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้หญิง ทำไมต้องเป็นผู้หญิงล่ะ? พวกเขาบอกเพียงว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอและถูกซาตานชักจูงได้ง่ายกว่า เหมือนกับอีฟที่โดนงูลวงให้กินลูกแอปเปิลในสวนเอเดน ฉันหน่ายและอึดอัดกับคำตราหน้าเหล่านี้เหลือเกิน แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ฉันมีความคิดเป็นของตัวเองก็จริง แต่ฉันก็ไม่กล้าพอและไม่สามารถจะลุกขึ้นพูดอุดมการณ์ของฉันได้อย่างเปิดเผย มันอันตรายเกินไป ทั้งสำหรับตัวฉันเองและครอบครัวของฉัน

เท่าที่ฉันรู้ การกล่าวหากับการล่าแม่มดมีมานานมากแล้ว เกิดขึ้นในดินแดนที่อยู่แถบนี้หลายแห่งด้วย ผู้หญิงที่โดนกล่าวหาก็ไม่ได้มีแค่ชาวบ้านแบบฉัน อดีตราชินีแห่งเกาะอังกฤษอย่างแอนน์ โบลีน ก็ยังเคยถูกกล่าวหาในเชิงว่าเป็นแม่มด ตอนที่ย่าฉันยังมีชีวิตอยู่ ย่าเล่าให้ฟังว่า แอนน์คือสาเหตุที่ทำให้ศาสนจักรโรมันของเราต้องแตกหักกับเกาะอังกฤษและบัพพาชนียกรรมกษัตริย์เฮนรีที่ 8  เพราะกษัตริย์เฮนรีที่ 8 ต้องการตั้งนิกายขึ้นมาเองเพื่อรองรับการหย่าร้างของพระองค์ กับราชินีแคเธอรีนแห่งอารากอน พระองค์จะได้แต่งงานกับแอนน์ได้ สำหรับฉัน แอนน์มีความคิดและการกระทำที่แปลกใหม่มาก แต่คงเพราะความแตกต่างและความทะเยอทะยานนี้กระมังที่ทำให้นางโดนเพ่งเล็งและโดนประหาร

วันหนึ่งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อนบ้านคนหนึ่งที่ฉันสนิทสนมด้วยจากไปอย่างกะทันหันด้วยโรคประหลาดคล้ายกับแม่ของฉัน และสิ่งที่พ่อฉันกลัวที่สุดก็ได้เกิดขึ้นแล้ว

“อลิซ ชาวบ้านสงสัยว่าเธอคือแม่มด” เสียงนั้นของบาทหลวงยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน ฉันไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกของฉันอย่างไร ฉันอยากถามว่าทำไมชาวบ้านถึงคิดแบบนั้น ใครเป็นคนเริ่มกล่าวหาฉัน แต่ตอนนั้นฉันพูดอะไรไม่ออก

ฉันถูกนำตัวไปให้บาทหลวงสอบสวน ฉันประหลาดใจมากที่มีคนมาเป็นพยานยืนยันความผิดของฉันมากมายทั้งที่ฉันยังไม่เคยคุยกับบางคนด้วยซ้ำ และที่ฉันประหลาดใจยิ่งกว่าคือ ฉันเห็นวิลเลียมเป็นหนึ่งในพยานเหล่านั้น ฉันชาไปทั้งตัว แม้แต่คนที่ฉันรักและเชื่อใจที่สุดก็ยังเชื่อว่าฉันเป็นแม่มด ฉันจำได้ว่าฉันมองไปที่เขาและร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ 

“พยานบอกว่าเห็นเธออยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายเมื่อหลายคืนก่อน ใช่หรือไม่” 

“เธอแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ใช่หรือไม่”

“เธอแสดงตัวว่าต่อต้านการล่าแม่มด ใช่หรือไม่” 

ฉันตอบว่า “ใช่” ทุกคำถาม เพราะทุกข้อคือเรื่องจริง

ฉันจำเสียงก่นด่าที่แผดเข้ามาในหูของฉันได้ดี มันมากมายเสียจนฉันไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นและจบลงเมื่อไหร่ แต่ฉันกลับจำทุกคำพูดได้ขึ้นใจ

“นังสารเลว! นังแม่มดชั่ว! พระเจ้าจะลงโทษเธอ!”

“ไม่น่าล่ะ หน้าตาสะสวยขนาดนี้ เธอรับใช้ซาตานเพื่อแลกกับความงามใช่ไหม!”

“หรือว่าที่เธอเป็นหม้าย ก็เพราะสามีเก่าของเธอรู้ว่าเธอเป็นอะไร”

“พวกนอกรีต ต่อต้านการล่าแม่มดแบบนี้ ก็เพราะเธอเป็นแม่มดนี่เอง!”

“จับนางไปเผาซะ!”

“เธอจะรับสารภาพไหม” บาทหลวงถามเป็นครั้งสุดท้าย

“ฉันไม่ใช่แม่มด” ฉันตอบอย่างหนักแน่นแม้เสียงจะสั่น แต่ชาวบ้านยังคงตะโกนด่าและปาข้าวของใส่ฉันจนบาทหลวงต้องบอกให้หยุด ขณะนั้นเขาคือคนที่สงบนิ่งที่สุด ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องแสนปกติ 

“เราต้องพาเธอไปพิสูจน์ก่อน”

ฉันถูกจับถ่วงน้ำ ด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ฉันพยายามตะเกียกตะกายจนขึ้นฝั่งได้ วินาทีนั้นฉันรู้ชะตากรรมของตัวเองทันที การที่ฉันรอดชีวิตไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านและบาทหลวงจะเห็นถึงความพยายามในการเอาชีวิตรอดของฉัน แต่พวกเขาจะมองว่าฉันมีพลังมืดจากซาตานถึงมีชีวิตรอดมาได้ และนั่นเป็นการยืนยันว่าฉันเป็นแม่มด

ฉันถูกนำตัวมาขังที่คุกแม่มด พ่อและน้องเข้ามาหาฉันหนึ่งครั้งและไม่เคยมาอีกเลย ตอนที่พวกเขามาหา ทั้งคู่มองฉันด้วยสีหน้าที่อ่านได้ยาก แต่บีบหัวใจฉันเหลือเกิน พ่อพูดกับฉันแค่ประโยคเดียวว่า “ลูกเป็นแม่มดจริงๆ สินะ”

คนต่อไปที่มาหาฉันคือวิล ถ้าพูดตามตรง นอกจากเขาและครอบครัวฉันแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องที่ฉันมีความคิดต่อต้านการล่าแม่มดอีกแล้ว เขาเป็นคนเอาเรื่องที่ฉันมีความคิดแบบนั้นไปบอกพวกชาวบ้าน หรือแม้แต่เป็นคนเริ่มชี้ตัวว่าฉันเป็นแม่มด ในหัวฉันมีคำถามมากมาย แต่เมื่อเห็นเครื่องแบบทหารของเขาเปลี่ยนไป ฉันก็เริ่มปะติดปะต่อทุกอย่างได้ 

พักหลังมานี้ฉันเห็นวิลสนิทสนมกับบาทหลวงมากขึ้น และช่วงนี้การล่าแม่มดก็เกิดขึ้นถี่มากเป็นพิเศษ เหมือนกับว่าพวกบาทหลวงกำลังใช้การล่าแม่มดเป็นเครื่องมือพิสูจน์ศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า แต่พวกเขาจะพิสูจน์ไปทำไมถ้าพวกเขาศรัทธาด้วยใจจริง นอกเสียจากเพื่อเรียกความเชื่อใจจากชาวบ้าน ทำให้นิกายของเราแข็งแกร่งพอที่จะไปแข่งขันกับนิกายเกิดใหม่ในหลายเมือง วิลน่าจะได้รับข้อเสนอจากบาทหลวงให้ชี้ตัวแม่มดแลกกับความก้าวหน้าของตัวเอง โถ่ อลิซ เขาไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย เขารักแต่ตัวเอง

ตอนที่ฉันเขียนถึงตรงนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาโดนเผาของฉันมากแล้ว ฉันเริ่มคิดแล้วว่าตัวเองอาจจะเป็นแม่มดจริงๆ  ฉันคงต้องแนะนำตัวใหม่ล่ะ สวัสดี ฉันชื่ออลิซ ฉันเป็นแม่มด แม่มดที่ไม่ได้มีเวทมนตร์ ไม่ได้ติดต่อกับซาตานและไม่ได้ฆ่าใคร แต่ฉันสวยเกินไป ฉันเป็นหม้ายและฉันต่อต้านการล่าแม่มด ฉันเป็นเพียงหญิงสาวที่ “แตกต่าง” จากคนอื่น…ก็เท่านั้นเอง

ขอพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองครอบครัวของฉันด้วย


เนื้อหา : เมษาชาริน

พิสูจน์ : แมวสีขาว และ แมวดำที่ชอบให้เกาคาง

ศิลป์ : ศรัณย์ภัส งามพยุงพงษ์


อ้างอิง : 

Jeffery Burton Russell, Witch hunt | Definition , History & Example [online], 8 September 2025. Retrieved from  https://www.britannica.com/topic/witch-hunt 

เอฟวีนิว อินเตอร์ แทรเวิล กรุ๊ป, เปิดตำนานล่าแม่มด ยุคกลางกับการไต่สวนสุดโหดในประวัติศาสตร์ [ออนไลน์], 23 กรกฎาคม 2568. แหล่งที่มา https://www.avenue.co.th/blog/13975/blog-witch-in-middle-ages 

  เปิดตำนานล่าแม่มด ยุคกลางกับการไต่สวนสุดโหดในประวัติศาสตร์,  [ออนไลน์], 23 กรกฎาคม 2568. แหล่งที่มา https://www.avenue.co.th/blog/13975/blog-witch-in-middle-ages