จาก The Name of Life สู่ Always With Me ขับขานบทเพลงบรรเลงแด่ชีวิต

จาก The Name of Life สู่ Always With Me ขับขานบทเพลงบรรเลงแด่ชีวิต


*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์แอนิเมชัน Spirited Away

รถยนต์คันหนึ่งที่แล่นไปพร้อมท่วงทำนองแสนคะนึงถึงวันวานในยามแรก ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นรถยนต์คันเดียวกันที่แล่นไปพร้อมความทรงจำแสนอบอุ่นซึ่งคงอยู่ตลอดไป


หากจะกล่าวถึงแอนิเมชันที่ดีที่สุดตลอดกาล แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่อง Spirited Away เพราะนอกจากจะมีตัวบทที่ลึกซึ้งกินใจ โครงเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง และงานภาพที่แสนงดงามแล้ว ดนตรีประกอบยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความไพเราะและช่วยให้เรื่องราวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นเสมือนการสรุปโครงเรื่องทั้งหมดของแอนิเมชันอีกด้วย บทความนี้จะพาผู้อ่านร่วมเดินทางสำรวจความหมายของชีวิตผ่านสองบทเพลงประกอบอย่าง The Name of Life และ Always With Me


Spirited Away (2001) 👹🏮เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีแจ้งเกิดของ Studio Ghibli ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกมาตลอดสองทศวรรษ ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยในช่วงฤดูร้อนสุดเหนือจินตนาการของจิฮิโระ (千尋) เด็กหญิงคนหนึ่งที่หลุดเข้าไปในโลกของวิญญาณ ที่ที่จะเปลี่ยนเธอไปอย่างสิ้นเชิง ตลอดการเดินทางของจิฮิโระเต็มไปด้วยสัญญะต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสามารถตีความให้เห็นได้ทั้งความทุกข์ระทมจากการต้องร่ำลา ความหวาดหวั่นต่ออนาคต การหลงลืมตัวตน รวมทั้งการเติบโตและก้าวเดินต่อไป บทเพลงทั้งสองเป็นตัวแทนการเดินทางของเด็กคนหนึ่งสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ (Coming of age) ได้อย่างสมบูรณ์


One Summer’s Day (あの夏へ - Ano Natsu e แด่กาลคิมหันต์) ประพันธ์โดย Joe Hisaishi เป็นดนตรีชิ้นแรกที่ปรากฏในภาพยนตร์ แล่นคลอไปกับฉากที่จิฮิโระนั่งกอดดอกไม้เหี่ยวเฉาอยู่ในรถซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของแทนคำบอกลา ต่อมา Wakako Kaku กวีหญิงผู้มีผลงานชื่อดังมากมายได้เขียนเนื้อเพลงประกอบดนตรีดังกล่าวกลายเป็นบทเพลงอย่าง The Name of Life (いのちの名前 - Inochi no Namae) ทั้งท่วงทำนองและเนื้อเพลงเต็มไปด้วยความโหยหาอาลัย การหวนคะนึง รวมถึงการถวิลหาความส่องสว่างของช่วงเวลาในอดีต แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความอ้างว้าง ความโดดเดี่ยว และความหวั่นกลัวต่ออนาคต 


การกอดดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาเอาไว้แน่นของจิฮิโระจึงไม่ต่างอะไรกับสัญลักษณ์ของการยึดติด ราวกับความทรงจำในวันวานเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวของเด็กผู้ไม่อยากให้วัยเยาว์สิ้นสุดลง และหากสังเกตการ์ดลายมือที่ติดอยู่ในช่อดอกไม้ ก็จะพบว่าการ์ดใบนั้นเขียนด้วยตัวอักษรฮิรางานะซึ่งเป็นตัวอักษรพื้นฐานของเด็ก มีนัยถึงความเรียบง่ายแสนบริสุทธิ์ของความเป็นเด็ก

การจากลาของจิฮิโระในครั้งนี้คงไม่ต่างอะไรกับการจากลาของวัยเยาว์


“ริ้วเมฆสีขาวนวลซึ่งวาดจากเครื่องบินที่ข้ามเหนือผืนฟ้าสีคราม

ยังคงทอดยาวเรื่อย ๆ ต่อไป

ราวกับล่วงรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร


ฉันสูดลมหายใจเข้าไปในอกอย่างแผ่วเบา

ตัวฉันยังคงจดจำได้ถึงสายลมที่พัดโชยอาบแก้มให้ร้อนผ่าว


แขนขาที่สั่นกลัวต่ออนาคตเบื้องหน้า

พลันคลายลงด้วยน้ำเสียงอันเงียบงัน

แสนคะนึงเสียจนอยากกรีดร้องออกมา

ชีวิตหนึ่งเดียวนี้ ท่ามกลางแสงตะวันยามคิมหันต์

ทอดผ่านเงาใบไม้พลิ้วไหวพาดบ่าไหล่ของเธอ”


ช่วงฤดูร้อนมีความสำคัญอย่างมากในบริบทวัฒนธรรมญี่ปุ่น รวมถึงในวรรณกรรมเยาวชนมากมาย ช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนเป็นสัญลักษณ์ของการหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง เป็นช่วงเวลาที่ให้เด็ก ๆ ได้ออกไปผจญภัยและสำรวจตัวเอง ดังเช่นการที่จิฮิโระผ่านเข้าไปในอุโมงค์และพลัดหลงเข้าไปในโลกของวิญญาณ ที่ที่จะทำให้เธอได้เติบโตและสามารถก้าวเดินต่อไปจนกลายเป็นผู้ใหญ่ได้ในท้ายที่สุด


แต่ในขณะเดียวกัน ช่วงฤดูร้อนก็เป็นสิ่งที่แสนสั้นไม่จีรัง เมื่อฤดูร้อนผ่านไป ก็คงเหลือไว้เพียงความรู้สึกโหวง ๆ เมื่อยามลมหนาวพัดโชยมา นัยของชื่อ One Summer’s Day (あの夏へ - Ano Natsu e แด่กาลคิมหันต์) สื่อถึงความโหยหาช่วงเวลาที่แสนงดงามทว่าคงอยู่แสนสั้นนั้นอย่างชัดเจน บทบาทของฤดูร้อนในดนตรีชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินทางที่แสนมีคุณค่าทว่าได้จบลงไปแล้ว 


“แขนขาที่สั่นเกร็ง หัวใจที่สั่นกลัวต่ออนาคตเบื้องหน้า

คิดถึงจนอยากจะกรีดร้องออกมา

ชีวิตหนึ่งเดียวนี้

ท่ามกลางแสงตะวันยามคิมหันต์ 

ณ ปลายนิ้วของฉันคิมหันต์วันนั้นที่ไม่มีวันเลือนลา


หัวใจที่หวาดหวั่นต่ออนาคตเบื้องหน้า 

จะจดจำนามนั้นได้ในสักวัน

แสนอาวรณ์รักเสียจนอยากกรีดร้องออกมา

ชีวิตหนึ่งได้หวนคืนกลับสู่ที่ซึ่งจากมา

ณ ปลายนิ้วของฉันคิมหันต์วันนั้นที่ไม่มีวันเลือนลา”


เนื้อเพลงเผยให้เห็นความกังวลและความหวั่นเกรงต่ออนาคต ซึ่งเป็นคู่ตรงข้ามกับอดีตที่แสนสุข 

The Name of Life (いのちの名前 - Inochi no Namae นามแห่งชีวิต) 

“ชื่อ” เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญยิ่งใน Spirited Away “ชื่อ” ไม่ใช่เพียงคำเรียกขาน แต่คือตัวแทนของตัวตน อัตลักษณ์ ชีวิต และจิตวิญญาณ ในแอนิเมชันนั้น ยูบาบะ ซึ่งเป็นแม่มดเจ้าของโรงอาบน้ำที่จิฮิโระไปทำงานให้ ใช้เวทมนตร์ขโมยชื่อของผู้คน เช่น ชื่อของจิฮิโระ (千尋) ถูกริบอักษรไปจนเหลือแค่คำว่า เซ็น (千) ซึ่งแปลว่า “หนึ่งพัน” สิ่งนี้เองสื่อถึงการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้กลายเป็นเพียงฟันเฟืองชิ้นหนึ่งในระบบการทำงาน คนเราล้วนเกิดมามี “ชื่อ” เมื่อใดก็ตามที่เราหลงลืมมันไป ก็เท่ากับว่าเราได้สูญเสียตัวตนและอัตลักษณ์ไปอย่างสมบูรณ์แล้ว 

จิฮิโระเกือบลืมชื่อและสูญเสียตัวตนของเธอไป แต่เธอสามารถจดจำชื่อที่แท้จริงของเธอได้ผ่านการ์ดอำลาของเพื่อน ในแง่นี้ ความทรงจำในอดีตก็เปรียบเสมือนสิ่งที่ทำให้เราไม่หลงลืมตัวตนของเราไปอย่างสมบูรณ์ ฉากที่งดงามและน่าจดจำที่สุดฉากหนึ่งในเรื่อง คือตอนที่จิฮิโระจดจำได้ถึงชื่อของฮาคุ วิญญาณประจำแม่น้ำโคฮาคุที่เคยช่วยจิฮิโระจากการจมน้ำเมื่อตอนยังเด็ก และเรียกชื่อเขาออกมา เป็นการทำลายพันธนาการมนต์สะกดของยูบาบะและทำให้ฮาคุเป็นอิสระในที่สุด การมีผู้ที่สามารถจดจำชื่อที่แท้จริงของเราได้ ก็เปรียบเสมือนการมีใครสักคนที่จดจำได้ถึงตัวตนของเราจริง ๆ และเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าชีวิตของเรานั้นมีความหมายและเรานั้นก็มีตัวตนอยู่จริง ๆ 

ดังนั้นแล้ว The Name of Life (いのちの名前 - Inochi no Namae นามแห่งชีวิต) จึงได้ย้ำเตือนเราว่า ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในชีวิต รวมถึงตลอดเส้นทางแห่งการเติบโต โปรดจงอย่าหลงลืม “ชื่อ” ของเรา

Always With Me (いつも何度でも - Itsumo Nando Demo) เป็นเพลงลำดับสุดท้ายของแอนิเมชัน Spirited Away และเป็นเพลงเดียวในแอนิเมชันที่ประพันธ์และขับร้องโดย Youki Kimura เรียบเรียงเนื้อร้องโดย Wakako Kaku แต่เดิมนั้น เธอเขียนเพลงนี้ไว้สำหรับโปรเจกต์อื่นที่ถูกพับไป เมื่อ Hayao Miyazaki ผู้กำกับและผู้เขียนโครงเรื่อง ได้ฟังเพลงนี้จึงนำมาใส่ประกอบในแอนิเมชัน บทเพลง Always With Me มีความหมายลึกซึ้งกินใจอย่างมาก และยังเป็นเพลงที่ปิดจบเรื่องราวการผจญภัยของจิฮิโระได้อย่างงดงาม

ทั้งทำนองและเนื้อเพลงของ Always With Me นั้นล้วนไม่ได้เน้นความโศกเศร้า ความกังวลหวาดหวั่นต่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรือแม้แต่พรรณาถึงความคะนึงหาอาลัยต่อเรื่องราวที่ได้พบพานซึ่งผ่านมาแล้ว ดังเช่นใน The Name of Life ในทางกลับกัน Always With Me มีท่วงทำนองที่นุ่มนวล อ่อนโยน และปลอมประโลม สื่อถึงการโอบรับทุกสิ่งในชีวิตของเรา ทั้งความผิดพลาด การจากลา และการดับสูญ 


ดนตรีของ Always With Me ใช้การบรรเลงจากพิณไลร์เป็นหลัก ไม่ได้ใช้วงออร์เคสตราเหมือนเพลงอื่นในเรื่อง การใช้เครื่องดนตรีในลักษณะนี้สะท้อนถึงแนวคิดความว่างเปล่าและความบริสุทธิ์ ดังเช่นเนื้อเพลงในท่อน แสงสว่างหรือสิ่งที่ส่องประกายนั้นล้วนอยู่ภายในตัวเรา ดังนั้นดนตรีในเพลงจึงไม่ได้เน้นความยิ่งใหญ่ซับซ้อน แต่ดึงให้กลับมาค้นหาสิ่งซึ่งส่องสว่างข้างในตัวเราทุกคน


“มีเสียงเพรียกดังมาจากบางแห่งในส่วนลึกของหัวใจ

ว่าอยากเห็นความฝันที่ทำให้หัวใจเต้นรัวได้เสมอ

แม้จะมีความโศกเศร้ามากมายนับไม่ถ้วน

แต่ ณ ที่อีกฝั่งนั้นฉันจะได้พบเธออย่างแน่นอน


ทุก ๆ ครั้งที่มนุษย์เราทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เราจะตระหนักได้ว่าฟากฟ้างดงามและสีครามเพียงใด

ถึงแม้หนทางเบื้องหน้าจะดูเหมือนทอดยาวไกลไร้ที่สิ้นสุด

แต่มือคู่นี้ก็ยังสามารถโอบกอดแสงสว่างเอาไว้ได้


มีเสียงเพรียกหา อยู่ลึก ๆ จากที่ใดสักแห่งในหัวใจ

ไม่ว่าเมื่อใด ไม่ว่าอีกกี่ครั้ง เรามาวาดฝันกันเถอะ

แทนที่จะพร่ำร่ำพันถึงความโศกเศร้าทั้งหลายที่ได้พานพบ

จงใช้ริมฝีปากเดียวกันนั้น ขับขานบทเพลงออกมาอย่างแผ่วเบาเถิด”


“ดวงใจที่เงียบสงบเมื่อคราต้องเอ่ยคำลา

ร่างกายที่กลายเป็นเพียงความว่างเปล่า ยังคงรอยลยิน

ความอัศจรรย์ของการดำรงอยู่ ความอัศจรรย์ของการสูญสลาย

มวลหมู่ดอกไม้ สายลม และบ้านเมืองล้วนเป็นเฉกเช่นเดียวกัน


ภายในความทรงจำที่ค่อย ๆ ปิดลงนั้น

ฉันยังคงได้ยินเสียงเสียงกระซิบซึ่งไม่อยากลืมเลือนอยู่เสมอ

แม้เศษกระจกที่แตกละเอียดกระจัดกระจาย

ยังคงสะท้อนให้เห็นทิวทัศน์ใหม่ ๆ ได้เสมอ


บานหน้าต่างแสนสงบ เมื่อยามอรุณรุ่งของเช้าวันใหม่

ร่างกายที่หวนคืนสู่ความว่างเปล่าจะค่อย ๆ ได้รับการเติมเต็มในอีกครา

ฉันจะไม่ตามหามันจากอีกฟากฝั่งของทะเลหรือปลายสุดขอบฟ้า

เพราะสิ่งที่ส่องประกายนั้น

ฉันได้ค้นพบแล้วว่ามันอยู่ ณ ที่แห่งนี้

อยู่ภายในตัวฉันเสมอมา”


เนื้อเพลงเผยให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ว่า แทนที่จะคร่ำครวญถึงความทุกข์ระทมแสนขมขื่นในชีวิต คนเราสามารถเลือกมองให้เห็นความงดงามและขับขานบทเพลงขับกล่อมแด่ชีวิตได้


ในขณะเดียวกัน Always With Me ก็สอดแทรกนัยยะปรัชญาเซนไว้อย่างแยบคาย ทั้งความว่างเปล่า การไม่ต้องออกไปแสวงหา ณ แดนไกลแต่หันกลับมามองสิ่งที่อยู่ข้างใน ความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งอย่างไม่แบ่งแยกกัน รวมถึงปรัชญาวาบิ ซาบิ (侘び寂び) ที่สอนให้โอบรับความไม่จีรัง และความไม่สมบูรณ์ของชีวิต


เมื่อจิฮิโระถามฮาคุว่า “เราจะได้เจอกันอีกไหม” 

ฮาคุตอบกลับไปว่า “ได้สิ แต่ตอนนี้ไปเถอะ และอย่าหันหลังกลับมามอง”

การบอกลาของทั้งสอง สื่อนัยที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเพลงนี้อย่างมาก กล่าวคือ การหันหลังกลับมามองในที่นี้ หมายถึงการยึดติดกับอดีต ฮาคุรู้ดีกว่าจิฮิโระไม่สามารถอยู่ในโลกวิญญาณได้ตลอดไป เช่นเดียวกับเราทุกคนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตโดยจมอยู่กับอดีตไปได้ตลอด การให้จิฮิโระจากไปและไม่หันกลับมามองนี้จึงมีความหมายถึงการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า


คำสัญญาที่ฮาคุให้ว่าจะได้พบเจอกันอีกครั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้พบเจอกันอีกครั้งในเชิงกายภาพหรือในแบบที่ตามองเห็น หากแต่คือการพบเจออีกครั้งในความทรงจำและจิตวิญญาณ “Goodbyes are only for those who love with their eyes. Because for those who love with heart and soul, there is no such thing as separation.”―Rumi คงเป็นข้อความที่สะท้อนให้เห็นถึงสารของเพลงนี้และแก่นของแอนิเมชัน Spirited Away ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด


หาก The Name of Life คือการโอบกอดดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา Always With Me ย่อมเป็นการเข้าใจและโอบกอดความจริงว่าดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวนั้นจะกลายเป็นดอกไม้ที่ผลิบานใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

ดอกไม้ที่ผลิบานตลอดไปจะคงกลิ่นหอมไว้ได้อย่างไร ไม่ใช่ความไม่จีรังของการผลิบานหรอกหรือที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นงดงามและแบ่งบานตลอดกาลในความทรงจำ


จิฮิโระคนที่เดินเข้าไปในอุโมงค์กับจิฮิโระคนที่เดินออกมาพร้อมเรื่องราวการผจญภัยที่จะคงอยู่กับเธอตลอดไปนั้นย่อมไม่ใช่คนเดียวกันอย่างแน่นอน


การผจญภัยของจิฮิโระจากบทเพลง The Name of Life สู่ Always With Me นี้ เปรียบเสมือนเส้นทางการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง จากเด็กที่เคยเจ็บปวดจากการยึดติดกับเรื่องราวในอดีตและหวาดหวั่นต่ออนาคต กลายมาเป็นเด็กที่สามารถยอมรับการจากลา และพร้อมก้าวเดินสู่อนาคตเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เข้มแข็งได้โดยที่ไม่หลงลืมตัวตน


จากสองมือที่โอบกอดดอกไม้เหี่ยวเฉาเอาไว้อย่างยึดติด

สู่สองมือที่ปล่อยให้กลีบดอกไม้เหี่ยวแห้งไปเพื่อผลิบานใหม่ตลอดกาลในความทรงจำ


จากหัวใจที่ไขว่คว้าสายลมคิมหันต์ที่ผันผ่าน

สู่หัวใจที่ยอมรับถ้อยคำแห่งการร่ำลา 


จากวิญญาณซึ่งเหนี่ยวรั้งเสี้ยวแสงไม่จีรังอันสั่นไหว

สู่ดวงใจที่ค้นพบว่าสิ่งซึ่งส่องประกายนิรันดร์

ไม่ได้อยู่ ณ สุดขอบฟ้า หรือ อีกฝากฝั่งทะเลแสนไกล


แต่อยู่ ณ ที่นี้

ในลมหายใจของฉัน

ในความทรงจำของเรา

และอยู่กับเราเสมอมา


ในชีวิตของเราเมื่อต้องเอ่ยคำลา ช่างเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดแสนรวดร้าว แต่หากไร้ซึ่งการจากลา เรื่องราวของการได้พบพานคงไร้ซึ่งความหมาย


ช่วงเวลาและความทรงจำซึ่งได้ใช้ร่วมกับผู้คนที่เรารักสุดหัวใจ เมื่อถึงช่วงต้องเอ่ยคำลา สิ่งเหล่านั้นเพียงหายลับไปจากดวงตา แต่ไม่เคยลบเลือนไปจากหัวใจ

พวกเขาเหล่านั้นอาจกลายเป็นสายลม แสงแดด แสงดาว ผืนฟ้า ต้นหญ้า กลิ่นไอหลังสายฝน อุ่นไอในยามเช้า กลายเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวเรา

และยังคงอยู่ ณ ที่แห่งนี้


ในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เรารักจะคงอยู่ ณ ที่แห่งนี้


แม้


อาจมีบางครั้งที่เราแสนหวาดหวั่นต่อเส้นทางข้างหน้าที่ยาวไกลและมองไม่เห็นปลายทาง

อาจมีบางครั้งที่เราแสนหวงแหนสิ่งที่ต้องจากลากันในสักวัน

อาจมีบางครั้งที่เราแสนโหยหาเรื่องราวซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้อีกแล้ว

อาจมีบางครั้งที่เราแสนคิดถึงเศษเสี้ยวแสงแห่งภาพฝันอันสิ้นสูญ

อาจมีบางครั้งที่เราแสนระทมเมื่อต้องยอมรับว่าเรื่องราวหนึ่งจบลงไปแล้ว

อาจมีบางครั้งที่เราแสนรวดร้าวจนอยากจะกรีดร้องให้ความทรมานนี้อันตรธานแม้สักเสี้ยววินาที


หากแต่


ทุกสายลมละมุนอันอบอุ่นด้วยภาพฝันที่ผันผ่าน

ทุกเสียงกระซิบในวันวานที่เราไม่เคยอยากให้อันตรธานหาย

ทุกเสียงเพรียกแผ่วเบาจากส่วนลึกข้างในที่ไม่อยากลืมเลือนไป

ทุกความทรงจำล้ำค่าต่อหัวใจที่ทำให้ชีวิตของเรายังคงมีความหมาย

ทุกความฝันที่ทำให้หัวใจของเรายังคงเต้นอยู่

ทุกไออุ่นของคนที่เรารักสุดหัวใจ

ทุกอุ่นไอของการได้สวมกอดใครคนนั้น เมื่อคราวพวกเขากลายเป็นภาพทรงจำ

ทุกสิ่งซึ่งเราอยากโอบกอดทั้งหลาย

ทุกสิ่งซึ่งส่องประกายอยู่ชั่วนิรันดร์


ล้วนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

อยู่ภายในตัวฉันและเราทุกคนตลอดมา



     อ้างอิง

Brunk, E. (2022, August 1). Spirited Away: Social Criticism. The Artifice. https://the-artifice.com/spirited-away-social-criticism/

Ghibli Wiki. (n.d.). Chihiro Ogino. Fandom. https://ghibli.fandom.com/wiki/Chihiro_Ogino

Ghibli Wiki. (n.d.). One Summer's Day. Fandom. https://ghibli.fandom.com/wiki/One_Summer%27s_Day

Han, K. (2017, March 8). Always With Me: On Spirited Away and Being Torn In Two. Talk Film Society. https://talkfilmsociety.com/articles/always-with-me-on-spirited-away-and-being-torn-in-two

filmgeekwatching. (2012, October 8). Inochi no Namae,a look into the identity in Spirited Away. WordPress.  https://filmgeekwatching.wordpress.com/2012/10/08/inochi-no-namaea-look-into-the-identity-in-spirited-away/

Inochi No Namae Lyrics the Name of Life Spirited Away. (n.d.). Scribd. https://www.scribd.com/doc/17567590/Inochi-No-Namae-Lyrics-the-Name-of-Life-Spirited-Away

Kidneyss. (2015, November 11). [Thaisub] Spirited Away | Always With Me [Video]. YouTube. https://youtu.be/LG78KP2eHPQ

Music K Channel. (2021, September 29). [THAISUB|แปลไทย] Spirit Away Ost(The Name Of Life) - いのちの名前|Inochi no Namae [Video]. YouTube. https://youtu.be/uCq4Gxi_Rbk

SK.FS. (2020, March 23). The Name of Life นามแห่งชีวิต Spirited Away (Thai / Romaji Lyrics). SKFS Design Blog. https://skfs.design.blog/2020/03/23/the-name-of-life-นามแห่งชีวิต-spirited-away-thai-romaji-lyrics/

Sungwijit, T. (2021). The Analysis of One Summer's Day Composed by Joe Hisaishi. In RSU International Research Conference 2021. https://rsucon.rsu.ac.th/files/proceedings/intersoc2021/1923_20210514184537.pdf

WADIM SHOW. (2022, January 28). 【千と千尋の神隠し】木村弓 - いつも何度でも | WADIM [Video]. YouTube. https://youtu.be/3SgBz8L3cMQ

เก้า มีนานนท์. (2019, July 19). Spirited Away “คือเราต่างหากที่จะเติบโตขึ้นทุกครั้งหลังจากได้ชม”. THE STANDARD. https://thestandard.co/spirited-away/


เนื้อหา : Atomiix

พิสูจน์อักษร : ของขวัญ และ saularis 

ภาพ : อาดิเกสวา วีระยุทธราชา