
*หมายเหตุ บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของแอนิเมชันดาบพิฆาตอสูร
Trigger warning : ความรุนแรง, ความตาย, การสังหารหมู่, การฆ่าตัวตาย (การคว้านท้อง)
เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้จักแอนิเมชันเรื่อง 鬼滅の刃 (Kimetsu no Yaiba) หรือ ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) เป็นอย่างดี ถึงแม้ไม่เคยรับชม อย่างน้อยน่าจะเคยเห็นตัวละครผ่านตาหรือได้ยินชื่อเสียงผ่านหูมาบ้าง
ตัวละครสวมผ้าคลุมหลากสีหลายลาย รูปร่างแข็งแรง ถือดาบที่มีทั้งรูปแบบคะตะนะอันคุ้นเคย หรือดาบที่มีรูปทรงอ่อนช้อย แต่ก็ทรงพลังดั่งริบบิ้นยิมนาสติก แต่อาวุธของบางคนก็ไม่ใช่ดาบ เป็นลูกตุ้มเหล็กยักษ์บ้าง เป็นปืนบ้าง อย่างไรก็ตาม ดีไซน์ตัวละครส่วนใหญ่ที่ยังคงถือดาบ ชวนให้ควันเทียนนึกถึง “ซามูไร” นักรบผู้มีวิถียึดถือเรียกว่า 武士道 (Bushidō) ซึ่งเป็นหนึ่งในแก่นจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น
แล้วเหล่านักดาบพิฆาตอสูรเชื่อมโยงอย่างไรกับวิถีซามูไร? ทั้งที่พวกเขามิใช่ซามูไร?
แม้หนุ่มน้อยทันจิโร่และพรรคพวกทรงเสน่ห์ทั้งหลายไม่เคยกล่าวว่าตนเป็นซามูไร แต่การกระทำและคุณธรรมที่พวกเขายึดถือ หลายตัวอย่างสะท้อนถึงหลักคุณธรรม 7 ประการของวิถีซามูไร 武士道の七つの徳 (Bushidō no nanatsu no toku) รวมทั้งสัญลักษณ์อื่น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของธรรมเนียมซามูไร เช่น ดาบ การคว้านท้อง เป็นต้น
ในปัจจุบัน หลักคุณธรรมดังกล่าวตามสื่อออนไลน์ พบการตีความและการอธิบายความหมายที่แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ ควันเทียนจะขออ้างอิงต้นฉบับแล้วถอดความเพิ่มเล็กน้อยตามหนังสือ 英語原文付き「武士道」を読む! (Eigo genbun-tsuki「Bushidō」wo yomu!) ตีพิมพ์ปี 2008 เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ 別冊宝島 (Bessatsu Takarajima)
ตามปกติ หากพูดถึงการสิ้นชีพของซามูไร อาจมาจากการสู้ด้วยคมดาบสนามรบ การคว้านท้อง ไปจนถึงการตายตามผู้เป็นนาย
ในดาบพิฆาตอสูร แม้ไม่ใช่สนามรบ แต่ฝั่งมนุษย์นั้น ไม่ว่าตำแหน่งบนหรือล่าง ล้วนพร้อมเสียสละชีพตนเพื่อสู้กับอสูรไม่ต่างจากซามูไรในสนามรบ ต่างแค่ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นอมนุษย์ และตนไม่เพียงภักดีต่อนาย แต่ยังต้องปกป้องและไม่ทรยศเหล่ามนุษย์กันเองด้วย ต่อให้รู้ว่ายื้อได้ไม่ถึงรุ่งสาง แต่ก็ยังทุ่มทุกสิ่งที่มี แม้ว่าร่างจะแหลก ดาบจะสลาย พวกเขายังถือว่าตนทำหน้าที่ได้ถึงที่สุดแล้ว
หากกล่าวถึงการสังหารอย่างชอบธรรม ทันจิโร่น่าจะเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด จากการปะทะในภาคปราสาทไร้ขอบเขตกับอาคาสะ อสูรข้างขึ้นที่ 3 ซึ่งปราบได้ยากยิ่ง ก่อนหน้านั้นทันจิโร่เองก็ยังคงแค้นเคืองเรื่องที่อาคาสะสังหารเคียวจูโร่ (เสาหลักเพลิง) แล้วหนีไปช่วงตะวันใกล้ขึ้นไม่น้อย ถึงกระนั้น วินาทีที่กำลังจะฟันคอจากทางด้านหลังได้โดยที่อาคาสะไม่รู้ตัว ทันจิโร่กลับตะโกนบอกก่อนว่าตนจะสะบั้นคอของอาคาสะ การกระทำนี้อาจแฝงนัยเรื่องการต่อสู้อย่างยุติธรรม อาคาสะเกลียดชังผู้ที่ใช้วิธีลอบกัด เขาจึงยินดียิ่งกับการต่อสู้อย่างตรงไปตรงมา และทันจิโร่ก็ทำตามครรลองนั้นอย่างสมกับฝีดาบของตน
สำหรับความถูกต้องในเรื่อง ควันเทียนขอตีความว่าสอดคล้องในหลายกรณี เช่น การปกป้องมนุษย์ไร้ทางสู้และการกำจัดอสูรให้สิ้น เพราะอสูรคือภัยคุกคามชีวิตของมนุษย์ที่อ่อนแอกว่ามาก
หรือความกล้าหาญคือเหล่านักดาบที่ไม่ใช่เสาหลัก (นักล่าอสูรที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในแต่ละสายปราณ อาทิ เสาหลักปราณวารี โทมิโอกะ กิยู) ต่างพร้อมช่วยกันสนับสนุนเสาหลัก ยอมเสี่ยงชีวิตยื้อการต่อสู้กับอสูรระดับล่างเพื่อช่วยออมแรงเสาหลัก แม้ว่าตนจะไม่ได้มีปราณหรือฝีมือดาบที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรได้มากนัก หรือฉาก “โล่มนุษย์” ในมังงะที่เลื่องลือกัน พวกเขากรูกันเข้าไปรับการโจมตีของมุซันแทนเสาหลัก นั่นก็เพื่อให้เสาหลักผู้มีพลังแข็งแกร่งกว่าได้สู้กับอสูรข้างขึ้นและมุซันต่อไป
อีกหนึ่งตัวอย่างคือมุมมองของฝั่งมนุษย์ที่มีต่ออสูร โดยเฉพาะทันจิโร่ ผู้มองว่าอาคาสะขี้ขลาด เพราะเขารีบหนีด้วยความกลัวจากการต่อสู้เพื่อหลบเลี่ยงแสงอาทิตย์อันเป็นพิษสลายกายตน ตรงข้ามกับหน่วยพิฆาตอสูร ที่ต้องสู้กับอสูรช่วงราตรีที่ตนเสียเปรียบอยู่เสมอ อีกทั้งร่างกายที่บาดเจ็บก็รักษาให้หายดีไม่ได้ทันทีทันใด ต่างจากอสูรที่มีพลังเหนือธรรมชาติและมีอายุยืนยาวกว่า
การไว้ชีวิตเนซึโกะ ถือเป็นความกรุณาอย่างหนึ่ง อุโรโกะดาคิ อดีตเสาหลักปราณวารี และกิยู เสาหลักปราณวารี ทั้งคู่ไม่สังหารเนซึโกะ เพราะเธอไม่ทำร้ายมนุษย์ ซ้ำยังปกป้องพี่ชายตน เธอยังพอมีสติสัมปชัญญะใกล้เคียงกับสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ ด้วยความเมตตากอปรกับการยึดมั่นในความถูกต้องและความกล้าหาญของเสาหลักปราณวารีทั้งรุ่นอดีตและปัจจุบัน พวกเขาถึงขั้นรับรองว่าหากเนซึโกะทำร้ายมนุษย์ ทั้งสองคนพร้อมทั้งทันจิโร่จะคว้านท้องไถ่โทษ
นอกจากนี้ ทันจิโร่ได้แสดง 仁 (Jin) ให้เห็นผ่านคมดาบปราณวารีที่ตัดคออสูรอย่างนุ่มนวล ในช่วงแรก ทันจิโร่มองอสูรระดับล่างที่กำลังสลายด้วยความรู้สึกเศร้าซึมไปด้วย และกล่าวอาลัยความตาย บางครั้งก็เข้าใจหัวอกอสูรอย่างดี ดังที่เข้าใจความเป็นพี่ชายของกิวทาโร่ผู้เป็นอสูรในภาคย่านเริงรมย์
หากกล่าวถึงเรื่องเกียรติยศแล้ว มีการกระทำหนึ่งที่นับเป็นการสิ้นชีพเพื่อรักษาเกียรติหรือรับผิดชอบความผิดมหันต์บางอย่างอย่างสมศักดิ์ศรีซึ่งใช้ความกล้าหาญที่สุดของซามูไร คือ 切腹 (Seppuku) หรือการคว้านท้อง ดังที่ปู่ของเซ็นอิตสึได้กระทำหลังทราบว่าไคกาคุ ลูกศิษย์คนหนึ่งของตนไปเข้าร่วมกับมุซัน กลายเป็นอสูรข้างขึ้นและสร้างความอัปยศอย่างยิ่ง วิธีการปลิดชีพตนเองดังกล่าวเป็นวิธีที่ทรมานอย่างยิ่งยวด และบีบคั้นหัวใจผู้ชมขึ้นไปอีก เมื่อได้ยินคำบอกเล่าว่าปู่คว้านท้องโดยไม่มีใครช่วยตัดศีรษะให้ เพราะหากไร้คนช่วยตัดจบดับความทรมานให้ เท่ากับว่าทุกวินาทีที่ปู่ขยับและลงดาบสั้นกับเนื้อตน เขาย่อมรู้ตัวและได้รับความเจ็บปวดจนสิ้นใจ ด้วยเหตุนี้ การคว้านท้องจึงถือเป็นการรับผิดชอบสูงสุดและรักษาเกียรติอย่างแท้จริง
ฝั่งหน่วยพิฆาตอสูรไม่เคยเลือกปฏิบัติกับมนุษย์ผู้เป็นเหยื่ออสูร เหล่าเสาหลักก็ไม่ได้เลือกปฏิบัติปกป้องรุ่นน้องหรือผู้ที่ตำแหน่งต่ำกว่าตน ฝั่งหน่วยพยาบาลคฤหาสน์ผีเสื้อก็ไม่ได้เลือกรักษาไม่ว่าตำแหน่งใด
หลังจากท่านเจ้าบ้านอุบุยาชิกิสิ้นพร้อมกับแผนการระเบิดคฤหาสน์ยามมุซันมาเยือน เหล่านักล่าอสูรก็มิได้ตายตามไปเหมือนในเรื่องเล่าซามูไร แต่ยืนหยัดข้างนายคนใหม่ ต่อสู้อย่างเต็มที่ด้วยความเดือดดาล (แม้หลายคนเข้าใจผิดว่ามุซันสังหารนายตน) อีกหนึ่งความภักดีคือความเคารพที่มีต่อนายท่าน มิได้หวั่นไหวยามถูกอสูรชักชวนหรือละทิ้งหน้าที่ตน แม้หน่วยพิฆาตอสูรบางคนเกษียณตนแล้ว แต่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเคารพ ปกป้องและสนับสนุนนายตนพร้อมพรรคพวกเท่าที่ทำได้ ดังที่อุซุย (เสาหลักเสียง) และพ่อของเคียวจูโร่คอยอารักขาคิริยะ นายท่านอุบุยาชิกิคนใหม่
ทันจิโร่รักษาคำพูดเรื่องที่ตนจะหาทางให้เนซึโกะกลับมาเป็นมนุษย์ และจะเอาชนะมุซันให้ได้ ด้วยแรงขับเคลื่อนนี้ ในตอนจบทันจิโร่ก็ทำสำเร็จ
อีกกรณีหนึ่งคือภูมิหลังของเคียวจูโร่ ในสมัยเด็กเขารับปากมารดาว่าจะไม่ลืมหน้าที่ของผู้แข็งแกร่งที่ต้องช่วยเหลือผู้อ่อนแอกว่า และจะใช้ความสามารถและพรสวรรค์ที่ตนมีเพื่อผู้อื่น
ตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนั้น สะท้อนอย่างชัดเจนว่า วิถีซามูไรได้แทรกซึมอยู่ในวิถีของเหล่านักดาบในเรื่อง หรือในอีกแง่หนึ่ง อาจมองได้ว่าคุณธรรมเหล่านั้นได้ฝังรากลึกในตัวชาวญี่ปุ่นอย่างเป็นธรรมชาติไปแล้ว
อีกประเด็นหนึ่งที่ควันเทียนอยากจะพูดถึงคือ ดาบกับซามูไรเป็นสิ่งคู่กัน ศัสตราวุธนั้นแสดงถึงชื่อเสียงและความภักดีของซามูไร และมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อฆ่าฟันโดยไม่จำเป็น ในหน้าประวัติศาสตร์จริงของญี่ปุ่น ดาบของซามูไรหลายเล่มได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีเป็นร้อย ๆ ปี หลายเล่มมีเอกลักษณ์ มีชื่อเรียก อีกทั้งการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มักระบุตระกูลหรือชื่อช่างตี รวมถึงชื่อผู้ครอบครองด้วย
เห็นได้ชัดว่าในเรื่อง ตัวละครช่างตีดาบมีบทบาทสำคัญยิ่ง ในภาคหมู่บ้านช่างตีดาบ เหล่านักล่าอสูรพยายามปกป้องสถานที่และผู้คนในที่แห่งนั้นด้วยชีวิต ทุกองค์ประกอบของดาบทุกเล่มที่ผ่านการตีมาด้วยความประณีตและวิชาชั้นสูงล้วนเป็นเครื่องแทนกายของนักล่าอสูรผู้นั้น ต่อให้เหลือเพียงครึ่งหรือเพียงเสี้ยว ก็ยังสู้ไปพร้อมกับผู้ครอบครองจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต หรือต่อให้เจ้าของลาลับไป โกร่งดาบก็ยังคงเป็นของต่างหน้าให้หวนรำลึกถึงคนบนฟ้า ดังเช่นโกร่งดาบไฟโชติช่วงอันอบอุ่นของเคียวจูโร่
ไม่แปลกที่ฮากาเนะซึกะจะเลือดขึ้นหน้า เมื่อรู้ว่าทันจิโร่ใช้งานดาบจนเสียหายหนักกลับมา
สุดท้ายนี้ ควันเทียนเพียงวิเคราะห์เนื้อหากับเกร็ดทางวัฒนธรรมด้วยจิตวิญญาณความเป็นโอตาคุที่เนิร์ดเล็กน้อย มิได้ต้องการสนับสนุนความรุนแรงหรือเชิดชูบุคคลใด ควันเทียนเคารพธรรมเนียมนี้ในฐานะสิ่งประกอบสร้างวัฒนธรรม อันนำไปสู่หนึ่งในรากฐานแนวคิด วิถีปฏิบัติ รวมถึงนิสัยของคนญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งติดตรึงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
และจะรอรับชมแรงปะทะของมนุษย์และอสูรทั้งน้ำตาที่พรั่งพรู ฟังเสียงฟาดฟันเรื่องความเป็นนิรันดร์ที่ขัดแย้งกันของสองฝั่งไปพร้อมกับทุกท่าน จนถึงบทสรุปสุดท้ายของ 鬼滅の刃 (Kimetsu no Yaiba) ในรูปแบบภาพยนตร์หรือแอนิเมชันซีซันถัด ๆ ไป
นามปากกา : ควันเทียน
พิสูจน์ : ปัณณ์ และ หมั่นโถว
กราฟิก : ไหมแก้ว
